เหตุผลในการเลือกซื้อสินค้า

จีนกำลังจะก้าวขึ้นเป็นประเทศที่บริโภคสินค้าฟุ่มเฟือยมากที่สุดในโลก!

แม้ว่าในปี 2552 ที่ผ่านมา จำนวนตัวเลขของการบริโภคสินค้าแบรนด์เนมทั่วโลกจะมีปริมาณลดลง หากแต่พฤติกรรมการบริโภคของคนจีนต่อสินค้าฟุ่มเฟือยนี้กลับมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยยอดขายมากกว่าครึ่งหนึ่งของสินค้าฟุ่มเฟือยที่ขายทั่วโลกมาจากการบริโภคของชาวจีน

จากข้อมูลตัวเลขสถิติพบว่า รายรับของประชาชนภายในประเทศจีนเฉลี่ยราว 3,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ซึ่งแม้ว่าจะเป็นปริมาณที่ไม่มากมายนัก รวมถึงเป็นการยากที่จะใช้ตัวเลขรายรับในการตัดสินปริมาณตัวเลขของสินค้าฟุ่มเฟือย แต่เมื่อพิจารณาดูตลาดแบรนด์เนมของสินค้าแต่ละประเภทแล้วจะพบว่า การใช้ตัวเลขของเงินเดือนในการคาดการณ์ประมาณยอดซื้อสินค้าแบรนด์เนมนั้น ไม่ค่อยจะถูกต้องสักเท่าไหร่ เพราะจากการเก็บรวบรวมข้อมูลพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวจีนได้ผลออกมาว่า ปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ปริมาณตัวเลขของสินค้าฟุ่มเฟือยเพิ่มมากขึ้นนั้นมาจากนิสัยของคนจีนเองมากกว่าปัจจัยอื่น

โดย Radha Chadha (Managing Director of Chadha Strategy Consultant ซึ่งถือได้ว่าเป็นหนึ่งในที่ปรึกษาทางด้านการตลาดชั้นแนวหน้าของเอเชีย โดยมีที่ทำการอยู่ที่ฮ่องกง) กล่าวว่า ประชาชนชาวจีนนั้นมีนิสัยที่เรียกได้ว่าชอบโชว์ออฟ (show off) สินค้าใด ๆ ก็ตามที่แสดงออกและสามารถบ่งบอกได้ถึงรสนิยมที่สะท้อนจากแบรนด์เนมที่มีชื่อเสียง รวมถึงความมีชื่อเสียงของแบรนด์เนมนั้น ๆ จะเป็นตัวตัดสินความร่ำรวย ความสำเร็จทางหน้าที่การงานของบุคคลนั้น ๆ (using brand name to demonstrate success) เพราะแบรนด์เหล่านี้ถือได้ว่าเป็นสื่อทางภาษาที่แสดงออกได้ถึงฐานะของคนได้อย่างชัดเจน

แต่หากเมื่อลองสังเกตพฤติกรรมของผู้บริโภคในประเทศที่พัฒนาแล้วนั้น ถือได้ว่ามีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน เนื่องจากผู้บริโภคในเอเชียจะซื้อสินค้าโดยใช้ “แบรนด์” ในการตัดสินใจซื้อ ในขณะที่ชาวตะวันตกจะเลือกซื้อสินค้าที่มี “คุณภาพ” มากกว่า และจะไม่ยึดติดอยู่กับแบรนด์ ยี่ห้อหรือโลโก้ของสินค้า ทั้งนี้ได้เคยมีการกล่าวถึงวิธีการทำการตลาดภายในตลาดเอเชีย ซึ่งพบว่าสินค้าชนิดใดก็ตามที่มีการพิมพ์ชื่อแบรนด์ให้ชัดเจนมากเพียงใดจะยิ่งสามารถเพิ่มราคาของสินค้านั้น ๆ ได้มากยิ่งขึ้น ดังนั้นนักการตลาดจากแบรนด์ทั้งหลายที่มีชื่อเสียงจึงได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลนี้ในการสร้างกลยุทธ์ทางด้านการตลาดเพื่อเป็นจุดขายให้แต่ละแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นในด้านการพัฒนาการออกแบบสินค้าเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้า รวมไปถึงการตั้งราคาสินค้าให้สอดรับกับมูลค่าของแบรนด์สินค้า

ทั้งนี้รายงานจาก Hurun (Hurun’s report เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่จัดอันดับเศรษฐีของจีนและจัดอันดับแบรนด์เด่นต่าง ๆ) ถึงพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าที่มียี่ห้อของชาวจีนนั้นส่วนใหญ่จะเลือกยี่ห้อที่เป็นที่รู้จัก อาทิเช่น Louis Vuitton, Gucci และ Channel นอกเหนือจากแบรนด์สินค้าที่ดูเหมือนจะจับกลุ่ม “หญิงสาว” แล้ว กลุ่มลูกค้าชายก็ดูเหมือนจะไม่น้อยหน้าที่มี Accessories ของใช้ต่าง ๆ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าตระกูลแอปเปิ้ลที่ขนกันมาตั้งแต่ ไอโฟน (iPhone) ไอพอด(iPod) และไอแพด(iPad) เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย เช่น Hugo Boss, Giorgio Armani, Paul Smith เป็นต้น ทั้งหลายที่กล่าวมาเหล่านี้ล้วนเป็น “ตัวชี้วัด” ที่จะช่วยยกระดับฐานะทางสังคมของตนเองให้ดูดีขึ้น