วิธีการเลือกซื้อเนื้อวัว ให้ถูกปากและถูกใจ
หลักในการเลือกซื้ออาหาร

วิธีการเลือกซื้อเนื้อวัว ให้ถูกปากและถูกใจ

วัวนั้นสามารถนำมามาทำอาหารได้เกือบทั้งตัวเลยโดยความอร่อยและความนุ่มก็แตกต่างกันออกไปตามการใช้งานของกล้ามเนื้อ ซึ่งเนื้อวัวแต่ละชนิดของวัวก็แบ่งกันตามเกรดตามความนุ่มยิ่งส่วนไหนนุ่มยิ่งแพงและความอร่อยของแต่ละเมนูเนื้อก็ขึ้นอยู่กับการเลือกซื้อเนื้อของเรานั่นเอง

วิธีการเลือกซื้อเนื้อวัว ให้ถูกปากและถูกใจ

  • ระดับแรก นุ่มที่สุด ได้แก่เนื้อจากส่วนหลังของวัว คือเนื้อสัน (Loin) และ ซี่โครง (Rib) ซึ่งเนื้อส่วนนี้เหมาะสำหรับการนำไปทอด อบ ย่าง โดยเฉพาะการนำไปทำสเต็ก
  • – เนื้อสันหรือว่าลอยน์ (Loin) เนื้อส่วนนี้จะมีความหนาและนุ่มก็จะแบ่งได้อีกเป็นหลายๆส่วนคือ
    1. เนื้อเทนเดอร์ลอยน์ หรือ ฟิเลมิยอง (Tenderloin / Finlet Mingon) เป็นเนื้อสันใน และเป็นส่วนที่เล็กที่สุด นุ่มอร่อยเป็นพิเศษ เพราะเนื้อส่วนนี้วัวไม่ต้องออกแรงอะไรมากมาย มีไขมันน้อยและราคาแพง
    2. เนื้อสตริปลอยน์ (Strip loin) เนื้อสันติดมัน ที่นุ่มละลายในปาก และมีความชุ่มฉ่ำจากมันที่แทรกตามเนื้อ
    3. ทีโบนเป็น (T-bone ) เนื้อส่วนที่ได้จากกาารเฉือนกึ่งกลางระหว่างเทนเดอร์ลอยน์ และสตริปลอยน์ คั่นด้วยกระดูกรูปตัวที (T) จึงเรียกว่าทีโบน ทำให้ได้ลิ้มลองเนื้อทั้ง 2 แบบในเวลาเดียวกัน
    4. เซอร์ลอยน์ (Sirloin) เนื้อสันนอก เป็นเนื้อที่มีความนุ่ม และความเหนียวจากไขมันมันที่แทรกตามลายเนื้อ คนไทยเองก็ชอบนำมาทำอาหารจำพวก แกงเนื้อ เนื้อย่าง เพราะมีความเหนียวอยู่บ้างนิดหน่อย ซึ่งเนื้อเซอร์ลอยน์นี้ก็มีอีกหลายเกรด หากเกรดที่ดีหน่อยก็คงต้องยกให้ “Top Sirloin”
    – ซี่โครง หรือว่า ริบ (RIB) คือเนื้อส่วนซี่โครง เวลานำมาย่างไขมันจะค่อยๆ ละลายผสมเข้ากับเนื้อทำให้เนื้อมีความชุ่มฉ่ำ แต่ถ้าไม่ชอบทานส่วนที่ติดกระดูกมากก็สามารถตัดเนื้อออกมาจากส่วนซี่โครง โดยตัดแต่งกระดูกและเอ็นรอบนอกออก ให้เหลือแต่เนื้อส่วนกลางที่อร่อยที่สุด ซึ่งก็สามารถแบ่งได้เป็นสองส่วนคือ

    วิธีการเลือกซื้อเนื้อวัว ให้ถูกปากและถูกใจ
    1. โทมาฮอว์ค (Tomahawk) เป็นเนื้อที่มาพร้อมกระดูกซี่โครงส่วนที่ใหญ่ที่สุด มีทั้งเนื้อและไขมัน ได้ทั้งความนุ่มและชุ่มฉ่ำ
    2. ริบอาย (Ribeye) เป็นเนื้อส่วนที่ตัดตามความเว้าโค้งของซี่โครง มีความอร่อยชุ่มฉ่ำ เนื้อนุ่ม รสชาติเนื้อชัดเจนที่สุด เพราะเป็นเนื้อส่วนที่ติดมันมาก

  • ระดับที่สอง นุ่มปานกลาง ได้แก่เนื้อบริเวณ โคนขา (Leg) สะโพก (Round) และหัวไหล่ (Rump) เนื้อส่วนนี้มีความเหนียวขึ้นมานิดนึง ซึ่งจะนิยมนำไปทำสตูว์ ต้ม ตุ๋น บด หรือเบอร์เกอร์
  • ระดับที่สาม นุ่มน้อยสุด ได้แก่เนื้อบริเวณท้อง (Flank) ต้นขาหน้า (Brisket) คอ (Neck) ซึ่งเนื้อเหล่านี้มีความเหนียวจึงทำให้เหมาะกับการนำมาทำสตูว์ ตุ๋น มากกว่า เพื่อเพิ่มความเปื่อยและความนุ่มของเนื้อ
  • นอกจากนี้ยังมี ลิ้น,หาง,เครื่องใน และกระดูก ที่ยังสามารถนำมาทำอาหารได้อีกโดยจำนิยมนำไปต้มเป็นซุปหรือน้ำสต็อก